วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

5 วิธี เพื่อคอสวยกลมกลืนกับใบหน้า


ผิวสวย

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          สาว ๆ ที่ห่วงสวยหลายคน อาจจะมีสูตรบำรุงใบหน้ากันสารพัด เรียกว่าเอาให้ใสกิ๊งขาวใสไร้ที่ติได้ยิ่งดีเลยทีเดียว แต่ในขณะที่สาวหน้าใสหลายคนโชว์หน้าขาวใสกันอย่างภาคภูมิใจ แต่บางคนก็อย่ามองที่คอเธอเลยทีเดียวล่ะ เพราะสุขภาพของผิวและความขาวสว่าง อาจจะตัดกับใบหน้าอย่างเห็นได้ชัดเลย วันนี้ก็เลยขอเอาวิธีบำรุงผิวในส่วนคอที่อยู่ติดกับใบหน้ามาฝากกัน ไปดูกันดีกว่าว่าเราจะดูแลผิวส่วนนี้กันได้อย่างไรบ้าง

         1. ใช้ครีมบำรุงใบหน้า กับส่วนผิวบริเวณคอไปพร้อม ๆ กัน แต่ถ้าหากครีมบำรุงใบหน้าของคุณราคาแพงเกินกว่าที่จะใช้ฟุ่มเฟือย ก็ซื้อครีมสำหรับทาใบหน้า แบรนด์อื่นที่ราคาถูกมาไว้สำหรับทาคอโดยเฉพาะก็ได้ค่ะ

         2. หากคุณประสบปัญหาผิวคอคล้ำกว่าผิวหน้า ให้ใช้น้ำมะนาวครึ่งลูกผสมกับน้ำเล็กน้อย ทาบริเวณคอก่อนอาบน้ำทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วอาบน้ำ ก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิวได้จ้า

         3. ใช้ใยบวบขัดผิวบริเวณคอขณะอาบน้ำด้วย เชื่อสิว่าสาว ๆ หลายคนมักจะละเลยการขัดผิวส่วนนี้ไปขณะอาบน้ำ


         4. เครื่องสำอางประเภทโทนเนอร์ ให้เช็ดเลยลงมาบริเวณคอหลังจากเช็ดหน้าเรียบร้อยแล้ว จะช่วยบำรุงไปพร้อม ๆ กันค่ะ

         5. ผิวบริเวณคอ ควรใช้แป้งฝุ่นที่มีกลิตเตอร์มากกว่าที่ใช้กับหน้าเล็กน้อย จะช่วยทำให้ผิวโดดเด่นขึ้น และกลมกลืนกับใบหน้า เพราะโดยปกติแล้วเวลาที่เราลงรองพื้น คอนซีลเลอร์ จะทำให้หน้าดูขาวสว่างกว่าบริเวณคออยู่แล้ว

เคล็ดลับดี ๆ ดูแลผิวสวย สำหรับสาวทำงาน




Beauty Bible for Working Women (Lisa)

           ความสวยความงามถือเป็นปัจจัยหนึ่งในการสร้างบุคลิกให้ดูดีสำหรับสาวทำงานทุกคน และนี่คือเคล็ดลับดี ๆ ในการดูแลความงามที่สาวทำงานทุกคนต้องรู้ไว้

2 ปัญหาผิวสาวทำงาน...แก้ได้

           ในการไต่เต้าบนเส้นทางอาชีพ นี่เป็นสองปัญหาที่สาวทำงาน มักพบกันมากที่สุด เรามีวิธีรับมือกับมัน เพื่อให้สาวทำงานอย่างคุณคงความสวยได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย

1. เมื่อความเครียดมาเยือน

           คุณมีโปรเจ็กต์งานที่ต้องทำให้เสร็จ คุณรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แถมผิวพรรณคุณยังดูแย่ตามไปด้วย
คุณดูเป็นยังไง? เงาที่มองออกมาจากกระจกคือหญิงสาวที่มีใบหน้าอ่อนโรย ผิวแห้งกร้านและหมองคล้ำ แถมยังตาบวมและมีรอยคล้ำใต้ตาอีกต่างหาก

           เกิดอะไรขึ้น : ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในชีวิตที่ไม่เป็นใจทำให้คุณเครียดอย่างช่วยไม่ได้ และทุกครั้งที่คุณเครียด มันจะส่งผลกระทบไปยังผิวของคุณด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ระบบร่างกายของคุณจะมีประสิทธิภาพน้อยลงในการส่งออกซิเจนไปทั่วร่างกาย และผลของมันก็จะเห็นชัดเจนบนใบหน้าที่ดูหม่นหมองและไร้ชีวิตชีวา แถมยังอาจเสี่ยงต่อการเกิดสิวเห่อหรือรอยอักเสบแดงตามมาได้ และในระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอีกต่างหาก

           ทำยังไงดี : ลดความเครียดของผิวด้วยการเพิ่มระดับแอนตี้ออกซิแดนต์ภายในร่างกาย และลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ วิธีหนึ่งก็คือการบริโภคผักและผลไม้มาก ๆ และใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของแอนตี้ออกซิแดนต์ เช่น สารสกัดจากชาเขียวหรือชาขาว ไลโคปีน โคเอนไซม์ คิว 10 หรือวิตามินอี ซึ่งใช้ได้ทั้งรับประทานหรือเจาะแคปชูล เอาน้ำมันใส ๆ ภายในทาลงบนผิวหน้าโดยตรง



2. อ่อนล้าหมดแรง

           เราทุกคนต่างเคยเป็นมาแล้วทั้งนั้น ทำงานตลอดวัน และออกไปสนุกทั้งคืนอย่างต่อเนื่องกัน แล้วก็ต้องตกใจที่ตัวเองดูแสนโทรม จากการอดนอนสะสมกัน แอลกอฮอล์ และการเผชิญกับควันบุหรี อาจจะทำให้ผิวแห้งกร้าน อาจมีรอยแตกหรือลอกอย่างชัดเจน และมีรอยดำคล้ำใต้ตา

            เกิดอะไรขึ้น : แอลกอฮอล์จะทำให้ผิวอ่อนแอลงอย่างรุนแรง ลองคิดดูสิว่าแทนที่ออกซิเจนจะถูกส่งไปยังเซลล์ทั่วร่างกาย แต่คุณกลับส่งแอลกอฮอล์ที่เป็นสารพิษเข้าไปแทน และถึงแม้คุณจะไม่ได้สูบบุหรี่ แต่บาร์ที่เต็มไปด้วยควันบุหรี่ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายและผิวของคุณได้ไม่แพ้กัน อีกทั้งยังทำให้ระดับวิตามิซีในร่างกายของคุณลดลงอย่างมากด้วย

           ทำยังไงดี : ทุกครั้งที่ดื่มเหล้าหนึ่งแก้ว ให้ดื่มน้ำสะอาดตามไปด้วยแก้วหนึ่งเสมอ เพื่อให้ผิวของคุณได้รับความชุ่มชื้นตลอดเวลา และปกป้องผิวของคุณด้วยการใช้ครีมที่มีวิตามินซึ่งช่วยต่อสู้กับความเครียดและอนุมูลอิสระ โดยเฉาพะพยายามเพิ่มวิตามินซีให้ผิวให้มากที่สุด เนื่องจากผิวจะสามารถรักษาวิตามินตัวนี้เอาไว้ในผิวได้น้อยลง และเตรียมพร้อมผิวก่อนไปปาร์ตี้ด้วยการเพิ่มวิตามินจำนวนมากเอาไว้สู้กับควันบุหรี่และแอลกอฮอล์ที่จะทำร้ายผิวของคุณ


เคล็ดลับผิวสวย

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและนิสัยบางอย่างคือพื้นฐานสำคัญ ที่ทำให้ผิวสวยสดใส

           นอนให้พอ : นอนให้ได้อย่างน้อยคืนละ 8 ชั่วโมง ผู้เชี่ยวชาญบอกว่านี่คือสิ่งพื้นฐานที่สุดและสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนผิวของเราให้ดีขึ้น เพราะในระหว่างการนอนหลับ ผิวจะสร้างทั้งภูมิคุ้มกันและซ่อมแซมตัวเอง และถ้าจะให้ดีลองเปลี่ยนมาใช้ปลอกหมอนผ้าซาตินที่จะลดการเสียดสีบนใบหน้าที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยย่นเมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ

           ป้อนอาหารให้ผิว : นอกจากอาหารที่อุดมด้วยแอนตี้ออกซิแดนต์ เช่น ผักและผลไม้ ผิวยังต้องการกรดไขมันจำเป็น อย่างเช่น โอเมก้า-3 และ 6 ฉะนั้น อย่าให้การไดเอ็ตของคุณต้องทำให้ผิวเสียสวย รับประทานอาหารที่อุดมด้วยกรดไขมันจำเป็นให้พอเพียง อย่างเช่น อะโวคาโด ผลิตภัณฑ์จากนม หรือปลา อย่าลืม ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพราะมันจะช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย และทำให้ร่างกายสะอาดจากข้างใน ซึ่งจะส่งผลออกมายังผิวของคุณด้วย

ครีมกันแดด


           อย่าขาดครีมกันแดด : ต้องให้เราย้ำอีกมั้ยว่าแสงแดดทำร้ายผิวได้ขนาดไหน? ถ้าไม่ต้อง ก็อย่าลืมทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน แม้กระทั่งในวันที่ฟ้าครึ้มจนมองไม่เห็นแสง เพราะรังสียูวีที่ส่องลอดเมฆลงมาได้นั่นต่างหากคือศัตรูตัวร้าย ไม่ใช่แสงสว่างที่ตาเราเห็น

           อย่าสูบบุหรี่ : อนุมูลอิสระที่เกิดจากควันบุหรี่ซึ่งคุณสูดเข้าไป คือศัตรูตัวร้ายที่ทำให้ผิวหมองคล้ำและเกิดริ้วรอยก่อนวัย แม้แต่การสูบบุหรี่เป็นครั้งคราวยามออกสังคมก็ส่งผลเสียต่อผิวเช่นกัน

            ก่อนนอน...ล้างเครื่องสำอางออกเสมอ : ไม่เช่นนั้นเมกอัพก็จะอุดตันรูขุมขน นอกจากจะทำให้มีโอกาสเกิดสิวแล้ว มันยังทำให้รูขุมขนดูใหญ่ขึ้น และเมื่อระดับคอลลาเจนที่ช่วยพยุงผิวลดลง รูขุมขนก็จะดูใหญ่ อย่างนั้นตลอดไป ทำให้ผิวดูหยาบกร้าน ซึ่งคุณคงไม่ต้องการแน่นอน


ผิิวสวย

           อะไรที่ได้ผล...ก็อย่าเปลี่ยน : ถ้าคุณหาวิธีการดูแลผิวและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเองได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมันไปเรื่อย ๆ ตามแฟชั่น คุณควรใส่ใจกับส่วนผสมที่ได้ผลกับคุณมากกว่าชื่อยี่ห้อหรือแพ็กเกจ ที่มีออกมาใหม่ ๆ ตลอดเวลา ซึ่งเงื่อนไขเดียวที่คุณควรเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ของคุณก็คือ เมื่อสภาพผิวของคุณเปลี่ยนแปลงเนื่องจากวัยหรือจากสภาพแวดล้อม ฉะนั้น ฟังเสียงจากผิวของคุณให้ดี

เคล็ดไม่ลับจัดการกับความสวย


Beauty Around The Clock

           นี่คือเคล็ดลับชั่วโมงต่อชั่วโมงสำหรับสาวทำงานที่มีเวลาน้อย เพื่อสร้างผิวสุดสวยที่เป็นพื้นฐานสำคัญก่อนการแต่งหน้า

           08.00 น. หัวใจสำคัญของการดูแลผิวยามเช้าก็คือการกำจัดน้ำมัน และเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วที่สะสมตัวอยู่บนผิวหน้าในยามค่ำคืน ลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดไกลโคลิกที่ช่วยในการผลัดผิว และทำให้มอยสเจอไรเซอร์ที่คุณใช้ซึมลงไปในผิวได้ดีขึ้น และอย่าลืมปกป้องผิว ด้วยครีมกันแดดก่อนแต่งหน้า

           09.00 น. ดื่มน้ำแก้วใหญ่ ๆ และต้องดื่มให้ได้วันละแปดแก้วน้ำจะช่วยรักความชุ่มชื่นของเซลล์ผิว นำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์ และขจัดของเสีย

           12.30 น. การออกกำลังกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตจะช่วยให้ผิวของคุณเปล่งปลั่งและมีเลือดฝาด แค่เดินเร็วๆ สักสองสามช่วงตึก ก็ช่วยให้เลือดสูบฉีดพอที่จะทำให้คุณดูดีแล้ว


เคล็ดลับมีผิวหน้าเปล่งปลั่ง แบบสาวสุขภาพดี
           15.30 น. ชโลมครีมทาผิว คุณควรมีมอยสเจอไรเซอร์เอาไว้ข้างตัวเสมอ เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณอยู่ในห้องแอร์ตลอดทั้งวัน

           17.30 น. เหงื่ออกซะบ้าง การวิจัยบ่งชี้ว่าประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของสารพิษในร่างกายถูกขจัดออกมาทางผิวหนังโดยผ่านทางเหงื่อ จึงทำให้ผิวของคุณสุขภาพดีและสะอาด ฉะนั้น ไปอ้อยอิ่งในซาวน่าหรือสตรีมบ้าง

           19.00 น. ถ้าผิวมันบริเวณทีโซนคือปัญหาของคุณ ลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์บริเวณที่โซน และเติมมอยสเจอไรเซอร์แบบมีสีเล็กน้อยถ้าต้องการจะออกไปเที่ยวต่อ ผิวของคุณก็จะดูผ่องขึ้น

           21.30 น. อย่าปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความสนุกสนานยามค่ำคืน แอลกอฮอล์ทำให้ผิวาดน้ำและทำให้เส้นเลือดฝอยในผิวแตกได้ง่าย ทำให้ผิวเป็นจ้ำแดงและไม่เรียบเนียน การสูบบุหรี่ก็ทำให้เส้นเลือดหดตัว และไม่สามารถนำพาอาหารไปเลี้ยงผิวหนังได้เต็มที่ ผิวจึงดูหมองคล้ำ ส่วนของหวานก็เป็นแคลอรีที่ไม่มีคุณประโยชน์อะไรเลยนอกจากทำให้อ้วน

           23.00 น. นอนได้แล้ว ทำความสะอาดเมกอัพให้หมดจดเพื่อลดการสะสมของสิ่งสกปรกและน้ำมันที่ทำให้เกิดสิว ใช้เคลนเซอร์แบบอ่อนโยนและตามด้วย ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลัดผิวอย่างกรดไกลโคลิก อย่าเพิ่งใช้เรตินอลสำหรับสาวอายุน้อย ๆ รอจนอายุสัก 30 ค่อยเริ่มใช้จะดีกว่า แล้วจบด้วย มอยสเจอไรเซอร์ และปล่อยให้เซลล์ผิวได้ฟื้นตัวในระหว่างหลับ

ผมสวย...ประหยัดได้


ทรงผม

ผมสวย...ประหยัดได้
 (Lisa) 

          ผมสวยได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ แชมพู หรือครีมนวดผมราคาแพงก็ได้นะจ๊ะ

 ประหยัดเงินค่าแชมพูแบบที่ทำความสะอาดอย่างล้ำลึก

          ด้วยการเติมเบคกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะลงในแชมพูตามปกติของคุณ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อแชมพูราคาแพง

 ถ้าไม่ชอบกลิ่นของสเปรย์ฉีดผม

          สร้างกลิ่นที่ถูกใจ ด้วยการเติมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นโปรดของคุณลงในขวดสเปรย์ โดยใส่ลงไปแค่สองสามหยดก็พอ

 ประหยัดแชมพู

          ผลการวิจัยหลายแห่งพบว่า แชมพู และคอนดิชันเนอร์ มักจะมีความเข้มข้นเกินกว่าจะนำมาใช้กับเส้นผมโดยตรง ฉะนั้น คุณก็ควรผสมน้ำให้เจือจางลงก่อนชโลมลงบนเส้นผม ซึ่งก็หมายความว่าคุณจะลดปริมาณในการใช้แต่ละครั้งลงด้วย

 ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบใช้เจลแต่งผม

          ซื้อเจลแบบ Strong Hold มาใช้ แล้วผสมกับน้ำในปริมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณเจลแต่งผม ที่คุณใช้ตามปกติ เพื่อลดความเข้มข้นของเจลลง ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เส้นผมอยู่ทรงแบบไม่แข็งเกินไปแล้ว ยังช่วยให้คุณใช้เจลแต่งผมได้นานขึ้นด้วย

7 พฤติกรรมทำร้ายผิวไม่รู้ตัว


7 พฤติกรรมทำร้ายผิวไม่รู้ตัว


          ผู้หญิงทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นห่วงเป็นใยเรื่องความสวยความงามของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะสุขภาพ ผิวพรรณ ใบหน้า และรูปร่างเอย เรียกว่าทุกอย่างเลยล่ะ โดยเฉพาะในเรื่องของผิวพรรณและใบหน้า ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ยอมแพ้กันไม่ได้ เครื่องสำอางมากมายหลายชนิดก็เลยขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่ใครเลยจะรู้ว่า ในขณะที่เราสรรหาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาประโคมผิวนั้น สาว ๆ ก็ทำร้ายผิวด้วยวิธีที่คิดไม่ถึงสารพัดเลยล่ะ วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยขอหยิบยกเรื่องพฤติกรรมทำลายผิวมาฝากกัน ไปดูกันค่ะว่ามีพฤติกรรมไหนที่คุณทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัวในทุก ๆ วันบ้าง

7 พฤติกรรมทำร้ายผิวไม่รู้ตัว

        1. ไม่ยอมใช้ครีมกันแดด เพราะแสงแดดทุกวันนี้มีทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี ที่นอกจากทำให้ผิวคุณดำคล้ำแล้ว ยังสะสมเป็นมะเร็งผิวหนังได้อย่างง่ายดาย สาว ๆ ไม่ว่าจะวัยไหนจึงต้องใช้ครีมกันแดดเป็นประจำเมื่อออกนอกบ้าน แม้จะป้องกันแสงแดดไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ยังมีสิ่งที่ป้องกันใบหน้าและผิวจากแสงแดดหน่อยก็ดีค่ะ

        2. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นสำหรับผิว เช่น ใช้ครีมผิวขาวทั้งที่คุณก็ข๊าวขาว ใช้ครีมลดรอยด่างดำทั้งที่ใบหน้าคุณออกจะใสกิ๊ง หรือใช้ครีมกำจัดสิวทั้งที่หน้าไม่มีสิวเลยซักเม็ด แต่ใช้เพื่ออยากจะป้องกันสิว เฮ้อ พฤติกรรมนี้ยิ่งเลิกเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเลยค่ะสาว ๆ คุณรู้ไหมว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นกับผิวนั้น จะยิ่งทำร้ายผิวและทำให้ใบหน้าคุณเกิดการดื้อยาเวลาที่คุณเกิดปัญหานั้นขึ้นมาจริง ๆ ด้วยล่ะ

        3. ขัดผิวบ่อยเกินไป จริงอยู่ที่การขัดผิวเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป แล้วเผยผิวใหม่ที่สว่างใสกว่าเดิม แต่การขัดผิวเป็นประจำนั้นจะทำให้ทำลายเกราะป้องกันของผิว ทำให้ผิวแก่เร็วกว่าที่ควรจะเป็นค่ะ

7 พฤติกรรมทำร้ายผิวไม่รู้ตัว

        4. อาบน้ำอุ่นเป็นเวลานาน เพราะมันจะทำให้ผิวของคุณแห้งมากถึงมากที่สุด ขึ้นอยู่กับเวลาที่คุณอาบน้ำอุ่นนั่นแหละค่ะ ยิ่งถ้าหากคุณเป็นคนผิวแห้งแล้ว ก็ยิ่งจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้นไปอีกจนบางคนถึงกับลอกเลยทีเดียวล่ะ ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นอย่าอาบน้ำอุ่นเลยค่ะ อาบน้ำอุณหภูมิปกติดีกว่าเยอะ สดชื่นด้วย

        5. ใช้เครื่องสำอางทุกวัน อย่าลืมว่าเครื่องสำอางที่เติมสีสันให้กับใบหน้าแต่ละชนิด ผ่านกรรมวิธีทางเคมีมาทั้งนั้นค่ะคุณสาว ๆ ไม่ได้ส่งตรงมาจากธรรมชาตินะคะ ดังนั้นหากเว้นได้บ้างซักวันสองวัน ก็คงดีไม่น้อย ปล่อยให้ใบหน้าได้หายใจหายคอนอกจากช่วงเวลากลางคืนบ้างค่ะ

7 พฤติกรรมทำร้ายผิวไม่รู้ตัว

        6. คุยโทรศัพท์มือถือนาน ดูเหมือนจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกันกับเรื่องผิวพรรณซักนิด แต่ลองคิดดูให้ดี ๆ แล้วจะเห็นว่ามันมีผลอย่างแท้จริงค่ะ เนื่องจากการคุยโทรศัพท์มือถือนานนั้นจะทำให้ความร้อนจากโทรศัพท์มือถือถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องและร้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนคุณอาจจะคุ้นชิน แต่ความร้อนเหล่านี้ล่ะค่ะ ที่จะค่อย ๆ ทำร้ายผิวคุณช้า ๆ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ แนะนำให้ใช้สมอลล์ทอล์คดีกว่าค่ะ

7 พฤติกรรมทำร้ายผิวไม่รู้ตัว

        7. ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ ข้อนี้คงเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว (แต่ก็ยังอดใจไม่ได้) เพราะแอลกอฮอล์นั้นยิ่งดื่มมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ผู้ดื่มขาดวิตามินบี ซึ่งส่งผลให้ผิวพรรณเสื่อมสภาพ เหี่ยว และแก่เร็วนั่นเอง