วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

Eat for a Beautiful Smile กินอย่างไรให้ยิ้มสวย


เราทุกคนทราบดีว่าสารอาหารที่เหมาะสมจะช่วยสร้างร่างกายที่แข็งแรง รวมไปถึงฟันและเหงือก แต่ไม่ใช่แค่น้ำตาลหรือของหวานที่ไม่ดีกับฟัน
อาหารมีประโยชน์บางอย่างก็อาจทำให้ฟันผุกร่อนได้ ในขณะที่อาหารบางประเภทจะช่วยป้องกันโรคเหงือกและฟัน แม้แต่ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่นได้ด้วยซ้ำ
  1. กินคาร์โบไฮเดรตในมื้ออาหารเท่านั้น 
    ขนมปังโฮลวีตหรือมันฝรั่งทอดกรอบก็อาจไม่ได้ดีกว่ากันไปเท่าไร อาหารจำพวกแป้งมักจะติดเกาะอยู่ในช่องว่างระหว่างฟันหรือบริเวณเหงือก จากนั้นก็จะแตกตัวเป็นน้ำตาล กลายเป็นสารอาหารให้แบคทีเรีย และทำให้เกิดคราบซึ่งเป็นบ่อเกิดของโรคเหงือกและอาการฟันผุ American Dietetic Association จึงแนะนำให้คุณกินคาร์โบไฮเดรตในมื้ออาหารใหญ่ๆ ดีกว่า เพราะในเวลานั้นเราจะหลั่งน้ำลายออกมามาก เศษอาหารจึงถูกชะล้างไปโดยง่ายดาย  
  2. ดื่มชา
    ทั้งชาดำและชาขาวมีสารโพลีเฟอนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากพืชที่ช่วยป้องกันไม่ให้คราบหินปูนมาเกาะที่ฟัน จึงช่วยลดโอกาสเกิดฟันผุหรือโรคเหงือก นอกจากนี้ มันยังมีสามารถลดกลิ่นปากด้วยคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่น แถมชาส่วนใหญ่ยังมีฟลูออไรด์ที่ได้มาจากใบชา จึงมีประโยชน์ปกป้องเคลือบฟันด้วยเหมือนกัน  
  3. กินวิตามินซีให้เพียงพอ 
    วิตามซีเปรียบเสมือนปูนที่เชื่อมเซลล์ต่างๆ เข้าด้วยกัน มันจำเป็นต่อผิวเช่นเดียวกับเนื้อเยื่อของเหงือก จากการศึกษาของ State University of New York University เปิดเผยว่า คนที่กินวิตามินซีน้อยกว่า 60 มิลลิกรัมต่อวัน จะมีโอกาสเป็นโรคเหงือกสูงกว่าคนที่กิน 180 มิลลิกรัมหรือมากกว่า ถึง 25%
    Try : พริกหวาน บร็อกโคลี่ สตรอวเบอร์รี่ กะหล่ำปลีต้ม มะละกอ ผักขม ส้ม กีวี ผักคะน้า แคนตาลูป หน่อไม้ฝรั่ง
  4. กินแคลเซียม 800 มิลลิกรัมต่อวัน 
    ประมาณ 99% ของแคลเซียมในร่างกายจะอยู่ในกระดูกและฟัน แคลเซียมจะใช่วยให้กระดูกอัลวีโอลาร์ในขากรรไกรแข็งแรง ซึ่งจะทำให้ฟันติดตรึงอยู่กับที่เป็นระดับ และช่วยลดโอกาสเป็นโรคเหงือก ปริมาณที่แนะนำคือ 1,000 มิลลิกรัม ต่อวัน สำหรับผู้หญิงอายุต่ำกว่า 50 ปี และ 1,200 มิลลิกรัม สำหรับคนที่อายุมากกว่า 50 ปี

ไม่มีความคิดเห็น: